เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

Gael 012: เอเดน ครูปิน กับ ผม

 

มันเป็นวันเลวร้าย  เริ่มต้นไม่ดี

            เริ่มจากโทรศัพท์ทางไกล  น่าชื่นใจและน่าปวดหัว  ผมไม่คิดว่าทางบ้านจะติดต่อเข้ามา

                พอว์ริค  พี่ชายของผมจะเดินทางมาทำธุระใกล้บลอดเวน  และจะแวะมาพักกับผมเป็นการชั่วคราว  เขาว่ามีเรื่องจะทำให้ผมประหลาดใจ  ซึ่งผมไม่ขอคาดเดาอะไรในตอนนี้

 

                ต่อมา  หนูตะเภาป่วย

            ผมพาหนูตะเภาไปหาหมอ  อาการมันหนักกว่าที่คาด  ได้ความว่าอาหารเป็นพิษ

                ผมก็ไม่แน่ใจว่าอาหารเป็นพิษในสุนัขนี่มันยังไง  หนักแค่ไหน  แต่หมอรับตัวมันไว้

                เป็นอันว่าคืนนี้ผมต้องอยู่คนเดียว

 

                ขณะเดินกลับ  ผมเจอเอเดน

                ก็ไม่เชิงเจอ  เขานั่งอยู่ในที่ของเขา  ผมแค่บังเอิญหันไปเห็น

 

                เขามองผม

                มอง

                มองอยู่อย่างนั้น  คาบบุหรี่ค้างไว้ในปาก

 

                ผมหยุดเดิน  จ้องตอบ  เขามองผมด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น  ซึ่งบอกตามตรงว่าผมไม่ชอบ  ผมไม่สนิทสนมกับเอเดนมากนัก  แต่เราก็เคยคุยกันยาว  อะไรบางอย่างในตัวเขาทำให้ผมนึกถึงโรแลนด์  แล้วนั่นทำให้บางครั้งผมหลอนไปเองว่าสนิทกับเขามาตั้งแต่เด็ก  ซึ่งผมก็ไม่ชอบอีกนั่นแหละ

                ไม่ใช่ไม่ชอบตัวเขา  แต่ผมไม่ชอบความรู้สึกของผมเอง

 

                แล้วเขาก็โบกมือเรียกผม

                “มีปัญหา?”

                “พาหนูตะเภามาหาหมอ”

                เขาถาม  ผมตอบ

 

                เอเดนชวนผมเข้าร้าน  ผมทำตามนั้น

                ผมคงเคยชินกับการทำตามความต้องการของคนอื่นไปแล้ว  ไม่เกี่ยวกับเกส

                เย็นแล้ว  ในร้านว่างเปล่า  ไม่มีลูกค้า  ผมกวาดตามองไปรอบร้าน  ก่อนหน้านี้ร้านว่างๆ นี่คงมีคนเข้ามาคึกคัก

 

                เอเดนบอกผมว่ามีของจะให้แล้วเดินหายไป  ผมนึกไม่ออกว่ามันควรจะเป็นอะไร

                คงไม่ใช่ต้นส้มอีกต้นหรอกนะ

                เมื่อเอเดนกลับมา  เขาเสิร์ฟกาแฟให้ผม  ถามว่าจะใส่อะไรบ้างแต่ไม่รอคำตอบ

                ผมถูกตัดสินเรียบร้อยแล้วว่าต้องดื่มกาแฟดำ

 

                ผมจ้องถ้วยกาแฟตรงหน้า

 

                “ภาพวันนั้น  ฉันล้างให้แล้ว”  เอเดนบอกผม  ยื่นภาพถ่ายจำนวนหนึ่งให้  เป็นภาพถ่ายเบลอๆ ของหนูตะเภาในอิริยาบถต่างๆ  อีกครั้งที่เอเดนทำให้ผมคิดถึงโรแลนด์  แม้แต่สไตล์การถ่ายภาพของพวกเขาก็เป็นแบบเดียวกัน  ผมเลื่อนตาดูแต่ละรูป  สะดุดเข้ากับรูปถ่ายของตัวเอง

                ตัวผมในภาพกำลังนั่งเหม่อ  ทำหน้าเอ๋อเข้าขั้น

                “อืม”  ผมเปล่งเสียงออกไป  น้ำเสียงฟังดูคล้ายคนปัญญาอ่อน

                “อยากให้อัดเป็นภาพใหญ่ไหม?  ภาพออกมาดีนะ  ทำฟรีไม่คิดเงิน”  เอเดนพูดต่อ  ผมเหลือบมองเขา  และพบว่าเขากำลังมองภาพผม

                ผมรีบปฏิเสธ  อย่าดีกว่า

                ยิ่งให้ฟรีด้วยแล้ว...

                “อยากให้อัดภาพสัตว์เลี้ยงแทนงั้นรึ?”  เขาถามต่อ  กลอกตามองภาพหนูตะเภา  ผมมองตามเขา  เจ้าหนูตะเภาถ่ายรูปขึ้นกว่าที่ผมคิด  มันดูปุกปุยน่ารัก  และดูตัวเล็กน่าทะนุถนอม...หากถูกถ่ายเดี่ยวๆ

                หลอกตามาก

                เอเดนเงียบไปนาน  ผมนึกได้ว่าเขาอาจกำลังรอคำตอบ  ผมแอบสังเกตสีหน้าเขา  หากปฏิเสธคงเป็นการทำลายน้ำใจ  แค่นี้เขาก็ทำหน้าบอกไม่ถูกแล้ว

                หากผมไม่ได้ตาฝาด  แวบหนึ่ง  ผมเห็นความเจ็บปวดในดวงตาของเอเดน

                ทำไม?  ก่อนหน้านี้มีอะไรเกิดขึ้นกับเขา?

 

                “คุณคิดเงินดีกว่า”  ผมตอบในที่สุด  ก้มลงมองภาพอีกครั้ง  “ผมอยากให้หนูตะเภาเห็นภาพพวกนี้”

                “เอาไปเถอะ  ฉันแค่ถ่ายไปเรื่อยเปื่อย”  เขาตอบ  สายตายังค้างอยู่ที่ภาพของผม

                เจ็บปวด

 

                สายตาที่แสดงความเจ็บปวด

                ผมคุ้นเคยกับความเจ็บปวดเช่นนั้น

 

                บางครั้ง  ทัตสึมิก็แสดงมันออกมาเวลาที่เขามองออกไปยังที่ไกลๆ

                บางครั้ง  ผมเห็นมันในดวงตาของอามิน่า เออร์เว่น...เมื่อเธอมองมาที่ผม

                บางครั้ง  ผมก็เห็นมันในกระจก  เมื่อส่องดูตัวเอง

 

                ผมจะไม่ถามเอเดนเกี่ยวกับเรื่องนั้น

                พวกเราทุกคนต่างก็มีบาดแผลที่พยายามปิดซ่อน  อย่างน้อยก็แห่งสองแห่ง  ทางที่ดีอย่าได้ไปตะกุยแผลใคร

 

                “ขอบคุณ”  ผมคิดไม่ออกว่าคำพูดไหนจะเหมาะสมกับสถานการณ์นี้มากไปกว่าคำขอบคุณ  ขอบคุณที่มีน้ำใจให้ภาพผมฟรีๆ  ขอบคุณที่แสดงให้รู้ว่าคุณเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีบาดแผล

                ...เป็นพวกเดียวกับผม

                หากผมไม่เข้าข้างตัวเองมากเกินไป

 

                บางที  ผมอาจแค่เห็นเงาสะท้อนของตัวเองแล้วทึกทักไปก็เป็นได้

 

                “ว่าแต่  นายชอบทานไอศกรีมไหม?”  จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่อง  เปลี่ยนสีหน้าปุบปับฉับพลัน  ผมเลิกคิ้ว

                เข้าทางเลย  ผมกำลังอยากหาทางตอบแทนเขา  ยังไงก็ไม่อยากรับภาพมาฟรีๆ

                “ร้านคุณมีอะไรแนะนำ?”  ผมไม่ได้เข้าร้านไอศกรีมมานานแล้ว  ไม่รู้หรอกว่าเดี๋ยวนี้เขามีรสไหนอะไรกันบ้าง

                “ถามฉันเรอะ?”  เอเดนเลิกคิ้ว  ผมยิ่งเลิกคิ้วตาม  ก็แน่ละ  จะให้ผมถามตู้ไอศกรีมหรือไง?

                ผมมองเขา  เขามองผม  แล้วเขาก็ตอบด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

                “อร่อยทุกอย่าง”

                “งั้นคุณเอามาเถอะ  อะไรก็ได้”  ผมไม่เชี่ยวชาญการสั่งไอศกรีม  ไม่ได้พูดเล่น

               

                เอเดนหายไปพักเดียวผมก็ได้ไอศกรีม

                เป็นไอศกรีมเนื้อสีขาวนวลๆ  มาพร้อมกล้วยราดน้ำเชื่อมสีน้ำตาลแก่

                ...ขนาดของมันมโหฬารจนผมตะลึง

                “นี่เป็น...ขนาดปกติของที่นี่?”

                เอเดนฉีกยิ้มให้ผมทันที

                “พิเศษ  ให้กับลูกค้าที่มาครั้งแรก”

 

                ...ผมเกรงว่าจะทานไม่หมด

 

                “หวาน”  ผมลองชิม  รสชาติเข้มข้นจนต้องออกปาก

                มันหวาน  อาจจะหวานเกินไปสำหรับผม

                เอเดนมองผมกินด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม  ความเจ็บปวดที่แสดงให้เห็นชั่วครู่เดียวนั้นถูกบดบังด้วยประกายในดวงตา  ผมเริ่มจะโน้มเอียงไปทางความคิดที่ว่าผมดูผิดไปเอง

                ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ

               

                แล้วเอเดนก็มองภาพของผมอีก

                เขามองมันในเวลาที่คิดว่าผมไม่ได้มองเขา

               

                ภาพของผม

                โรแลนด์เองก็เคยถ่ายภาพผม

                ถ่ายตอนเผลอ  ถ่ายไปเรื่อยๆ

               

                โรแลนด์เคย...

 

                “เป็นแบบให้ฉันได้ไหม?”

                คำถามนี้ทะลุทะลวงผ่านหูเข้าสู่สมองผมอย่างรวดเร็ว  แต่ผมต้องใช้เวลาทำความเข้าใจอยู่พักหนึ่งว่าคนถามคือเอเดน

                ไม่ใช่โรแลนด์

                “ไม่”  ผมปฏิเสธออกไปก่อนจะทันได้คิดด้วยซ้ำ

                เขานิ่งไป  ผมกลืนน้ำลาย  รวบรวมสติสตังที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าด้วยกัน

                “ไม่ใช่”  ผมแก้คำพูดตัวเอง  เปลี่ยนเป็นคำถาม  “ทำไมล่ะ?”

                นึกยังไงถึงขอให้ผมเป็นแบบ?

               

                ความทรงจำเชื่อมโยงต่อกันเป็นลูกโซ่  พอผมคิดถึงโรแลนด์  ผมก็คิดถึงเรื่องในคืนสุดท้ายของผมกับเขาด้วย  สำหรับเรื่องเซ็กซ์  ผมคิดว่าผมไม่รู้สึกอะไรกับเหตุการณ์นั้น  ผมคิดว่าผมเต็มใจ  มันควรจะเป็นอย่างนั้น  แต่สิ่งที่ทำให้ผม...แย่  คือเขาหนีจากผมไปเสียเฉยๆ ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดไป  โรแลนด์จากไปโดยไม่บอกอะไรเลย  เขาไปพร้อมกับสมบัติเกือบทุกชิ้นของผม  ไม่บอกไม่กล่าว  ไม่พูด  เหมือนครั้งที่แล้วไม่มีผิด

                ผมทำผิดพลาดตรงไหน?

                ทั้งที่ผมไปอเมริกาก็เพราะเขา  ทั้งที่ผมออกตามหาเขา  ทั้งที่ผมอยากพบเขามาตลอด  หวังว่าจะได้พบ  ได้คุยเหมือนก่อน  หวังจนเลิกหวังไปนาน

                แล้วจู่ๆ เขาก็เข้ามาในชีวิตผมดื้อๆ  มาแล้วก็ไปโดยไม่บอกกล่าวอีกครั้ง

                ผมทำอะไรผิดพลาดตรงไหน?!

 

                พระเจ้า...ถ้ามีอยู่จริง...ท่านคงรับรู้ว่าผมกำลังจะอาเจียนออกมาเดี๋ยวนี้แล้ว

 

                “เพราะ...”  เอเดนกำลังจะตอบ  ผมยกมือปิดปากตัวเอง  เขาเอ่ยค้าง  แต่แล้วก็ตัดสินใจพูดต่อ  “ไม่รู้สิ”

                ผมเลื่อนถ้วยไอศกรีมออกไป  สะกดกลั้นอาการขย้อนที่หนักข้อขึ้น

                “ขอโทษนะ”

                “ไม่เป็นไร”  เอเดนตอบกลับ  “ไม่มีปัญหา”

                สีหน้าของเขาไม่ได้แสดงออกอย่างที่พูดเลย  ผมมองเขายกมือลูบหน้าตนเอง

                “นายไม่ถูกกับกล้องนี่  ใช่ไหม?  ฉันไม่น่าจะถามตั้งแต่แรก”

                “เปล่า  ผม...”  ผมตะครุบปากตัวเองเอาไว้อีกครั้ง  รีบลุกขึ้นยืน  มองหา...

 

                “มาทางนี้”  เอเดนฉุดผมไปถึงอ่างล้างมือในครัว  เขาคงเห็นแล้วว่าผมทำท่าผะอืดพะผมเต็มที

                แล้วผมก็อาเจียนออกมา

 

                หมดไส้หมดพุง

               

                “ขอโทษ”  ผมต้องขอโทษเอเดนอีกครั้ง  ตลอดเวลาที่ผมโก่งคออยู่หน้าอ่างล้างมือของเขา...เขายืนอยู่ข้างๆ  ยกมือลูบหลังให้

                “ไม่เป็นไร  ถ้าไม่สบายก็น่าจะบอกกันตั้งแต่ทีแรก  ไม่ต้องฝืนกินหรอกน่า”

                “ผมทานได้”  ผมรีบบอก  กลัวเขาจะเข้าใจผิดว่าผมไม่ชอบไอศกรีมของเขาจนถึงขั้นอาเจียน  เอเดนขมวดคิ้ว  เขาแสดงสีหน้าให้เห็นชัดๆ ว่าไม่เชื่อ

                ขณะเดินกลับโต๊ะ  ผมพยายามนึกถึงเรื่องอื่น  แสงแดด  ดอกไม้  มนุษย์กล้วยหอม...

                ไอศกรีม

               

                ผมถือช้อนค้าง  จ้องไอศกรีมชามยักษ์ตรงหน้า  มนุษย์กล้วยหอมยังควงแขนกันเต้นรำอยู่ในหัว

                เอเดนดึงถ้วยไอศกรีมออก  ยื่นผ้าขนหนูชุบน้ำให้

                “...”

                ผมไม่อยากทำให้เขารู้สึกแย่...ให้ตาย

                “ขอบคุณ  ผมคงเครียดเรื่องหนูตะเภา”  ผมบอกเขา  ใช่  ผมเครียดเรื่องหนูตะเภา  แต่ผมก็รู้แก่ใจว่านั่นไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ผม...

                “คงจะไม่ใช่”  เอเดนสวนทันควันเหมือนกัน  เขาพูดออกมาอย่างมั่นใจพอๆ กับตอนพูดถึงรสชาติไอศกรีมของตน  มั่นใจจนผมตกใจ  ผมรู้สึกผิดเหมือนถูกจับโกหกได้

                ไม่  ไม่ใช่เหมือนสิ

                ผมถูกจับได้

                “หนูตะเภา...อาหารเป็นพิษ”  ผมเพิ่มความน่าเชื่อถือลงไป  เอเดนพยักหน้าแกนๆ

                “นายโอเคไหม?”  เขาถาม  ผมพยักหน้า   ไม่สบตาเขา

               

                ผมสะดุ้งเฮือก  เมื่ออะไรอุ่นๆ แตะเข้าที่แก้ม

                แวบแรก  ผมนึกไปถึงริมฝีปาก

                นึกถึงจูบ

 

                แต่แน่นอน  มันไม่ใช่อยู่แล้ว  ผมประสาทหลอนมากไปจนน่าขัน

                เอเดนเพียงแค่แตะผมด้วยมือของเขา

 

                อย่างนั้นก็เถอะ  ผมไม่คิดว่าจะถูกแตะต้องตัว

 

                “เอานมหน่อยไหม?”  เอเดนถามอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

                “นม?”

                เขาพึมพำอะไรบางอย่างกับตัวเอง  แล้วเดินไปหยิบน้ำเปล่ากลับมาส่งให้

                “น้ำเปล่านะ”

                ผมรับ  เอ่ยขอบคุณ  แม้จะยังไม่เข้าใจว่าจากนมทำไมกลายเป็นน้ำเปล่าไปได้...

                ผมเคยชินกับการบริการคนอื่น  แต่ตอนนี้กลับกัน  ผมกลายเป็นคนที่ถูกบริการ  ผมใหม่กับสิ่งนี้  ไม่ชิน

                “ไม่เป็นไร”  เอเดนพูดเบาๆ  ยกมือเกาแก้ม

                ผมนั่งจิบน้ำ  อึดอัด  หวังว่าจะกอบกู้สถานการณ์อิหลักอิเหลื่อนี้ให้ดีขึ้นได้บ้าง

                “คุณครูปิน  เรื่องถ่ายภาพ...”

                เอเดนเลิกคิ้ว

                “...ตกลงครับ”  ผมตัดสินใจตกลงเป็นแบบให้เขา  หวังว่าจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้น  แล้วมันก็ได้ผลจริงๆ

 

                ได้ผลมากกว่าที่ผมคาดไว้

                เอเดนยิ้มออกมา  เป็นรอยยิ้มที่ผมไม่คาดฝันว่าจะได้เห็น

                อาจเกินจริงไปหากพูดเปรียบเทียบว่ามันเหมือนแสงอาทิตย์ที่ฉายออกมาจากกลุ่มเมฆดำ  แต่ผมอยากจะเปรียบเทียบแบบนั้น

                สดใส

                รอยยิ้มนี้ทำให้รอยยิ้มที่ผ่านๆ มาของเขากลายเป็นกิริยาอะไรสักอย่างที่เฝื่อนแปลกออกไปโดยสิ้นเชิง

                ในตอนนั้น  ผมรู้สึกราวกับเพิ่งได้เห็นเอเดนยิ้มเป็นครั้งแรกในชีวิต

               

                ผมไม่อาจละสายตาไปจากรอยยิ้มของเขา

 

                “เรื่องสถานที่  เรื่องเวลาถ่าย...ไว้คุยกันอีกทีแล้วกัน”  เอเดนเอ่ย  เขาดีใจเกินกว่าที่ผมคิดเอาไว้มาก  ผมเริ่มสงสัยว่าผีลืมหลุมอย่างผมมันน่าถ่ายขนาดนั้นจริงหรือ?  เอเดนกล่าวต่ออีก  “ส่วนเรื่องค่าตอบแทน...เรียกมาตามที่ต้องการ  อย่าเกรงใจ”

                “ผมได้ค่าตอบแทนแล้ว...ภาพพวกนั้นไง”  ผมมองไปที่ภาพหนูตะเภาบนโต๊ะ...ผมจะได้ครอบครองภาพหนูตะเภาขนาดใหญ่ในอนาคต  จริงไหม?

                “ปกตินายทานอาหารกลางวันที่ไหน?”  อีกแล้ว  เอเดนยิงคำถามมาแบบที่ผมนึกไม่ถึงอีกแล้ว

                “ไม่ทาน”  ผมตอบไปตามตรง  ผมมันพวกนอนกลางวันตื่นกลางคืน

                “ไม่ทาน?”  เอเดนทวนด้วยน้ำเสียงราวกับมันเป็นเรื่องผิดปกติที่สุดที่เขาเคยได้ยินมาในชีวิต

                “ผมหลับ”  ผมบอกเขาตรงๆ  เอเดนยังทำหน้าเหลือเชื่อ

                “เริ่มทานอาหารกลางวันได้แล้ว”  เขาพูดในที่สุด

                “...”

                “ที่นี่  ฉันเลี้ยงนายเอง”

                ผมอึ้งไป  เขาจะเลี้ยงอาหารผม?  ผมตอบไม่ถูก  ผมไม่รู้ว่าควรจะตอบยังไง  เลี้ยงเหรอ?  ถ้าผมปฏิเสธจะเป็นการทำลายน้ำใจเขาไหม?  ผมไม่อยากรบกวนเขา  แค่นี้ผมก็รบกวนมากแล้ว

                “ไม่ต้องคิดมาก  ของเหลือน่ะ”  เอเดนกล่าวต่อ

                “แต่ว่าผมไม่ทาน...”  ผมพึมพำ  เลือกหาคำพูด

                “ถึงบอกว่าเริ่มทานได้แล้ว”  เขาปิดทางหนีผมเรียบร้อยด้วยคำพูดประโยคเดียว

                ผมนั่งทำตาปริบๆ  มองเขา  ส่วนเขาก็นั่งจ้องผมกลับด้วยสายตามุ่งมั่นเอาจริง

                “...อืม”  สุดท้าย  ผมก็รับปากไปราวกับกระต่ายโดนงูสะกดจิต  เอเดนเลิกคิ้วขึ้น  แต่แล้วก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

                “พรุ่งนี้เตรียมผ้ากันเปื้อนมาด้วยนะ”  เขาสั่งการฉับพลัน

                ผมงง  นึกไปถึงผ้ากันเปื้อนแบบเต็มตัวเหมือนของทัตสึมิก่อนเป็นอันดับแรก  แต่แล้วก็นึกได้ว่าบางทีเขาอาจหมายถึงผ้าปูรองตักกันเลอะ  ผมไม่แน่ใจว่าผมมีอยู่บ้างไหม

                “...อืม”  อีกครั้ง  ที่ผมหลุดรับปากไปอย่างงงงวย  เดี๋ยวก่อน  เดี๋ยวก่อนสิ

                “...พรุ่งนี้  พรุ่งนี้เลยเหรอ?”

                “อืม  ฉันจะเตรียมอาหารอ่อนๆ ไว้ให้พรุ่งนี้”  เขาตอบ  ไม่สนใจเสวนาเรื่องนี้อีก  “เติมกาแฟอีกไหม?”

                “พอแล้ว  คิดเงินเถอะ”  ผมบอกเขา

                “เซอร์วิส”  เขาตอบกลับ  ตบไหล่ผม  หมายความว่าเขาจะไม่คิดเงินใช่ไหม?

                “แต่ว่าผม...”  ...ได้รับค่าจ้างแล้ว

                “สำหรับภาพนั่น”  เขาชี้ไปที่รูปเอ๋อๆ ของผม  มันยังวางหราอยู่บนโต๊ะ  ผมรีบหุบปากทันควัน  “ฉันยังมีฟิล์มอยู่ข้างบน”  เขากล่าวอีก

                “ขอบคุณ”  ผมไม่รู้จะพูดอะไรมากไปกว่านี้  ถอนใจ  และ...

 

                เอเดนปราดเข้ามาประชิดตัวผมอย่างรวดเร็ว  ตวัดมือ

 

                ผมผงะ  พาเก้าอี้ครูดไปด้านหลัง  ขาเก้าอี้เสียดพื้นเสียงดังจนตัวผมเองยังตกใจ

                เอเดนชะงัก  ทิ้งมือตกลงข้างลำตัว  ผมมองตามมือเขา  หัวใจเต้นแรง

                “ยินดีที่ได้ร่วมงานกับนาย  เกล...ฉันจะทำให้ดี”  เสียงของเขาผิดหวังจนผมใจหาย  มาคิดดูแล้ว เขาก็แค่ตั้งใจจะจับมือผม  ก็แค่นั้นเองไม่ใช่หรือ?  ผมพยายามตั้งสติ  ผ่อนลมหายใจออก

                ...ไม่รู้พักนี้ผมเป็นบ้าอะไรไปแล้ว

 

                “ยินดีครับ”  ผมได้ยินเสียงตนเองตอบไปในที่สุด

**************************

EVE: ตามอ่านมุมมองของเอเดน ได้ที่ Experiment

ยินดีที่ได้ร่วมแต่งด้วยกันค่ะ ฮิฮิฮิ

(ขอบคุณที่เข้าหาเกลนะเอเดน  อา...อีฟซาบซึ้ง เกลจะได้มีเพื่อนอีกคนตอนปลายซีซั่นสิน๊าาา )

 

 

Comment

Comment:

Tweet

#37 By (190.106.14.5|190.106.14.5) on 2015-07-17 20:04

#36 By (143.107.182.3|143.107.182.3) on 2015-07-16 14:58

#35 By (93.94.28.36|148.251.92.48, 109.69.134.6, 93.94.28.36) on 2015-07-15 14:40

#34 By (143.107.182.3|143.107.182.3) on 2015-07-14 22:13

#33 By (193.33.200.123|193.33.200.123) on 2015-05-27 21:21

#32 By (104.223.12.115|178.63.0.194, 104.223.12.115) on 2015-05-27 04:27

It's a mammoth playground built of mountains, hills, lakes, rivers, valleys, woodlands,and beaches. fdcagbddfkgfbckc

#31 By (200.60.212.114|148.251.91.38, 200.60.212.114) on 2015-05-24 09:34

#30 By (104.224.13.75|148.251.92.48, 10.189.255.250, 104.224.13.75) on 2015-05-23 05:00

#29 By (69.28.67.7|69.28.67.7) on 2015-05-20 23:26

#28 By (193.136.39.100|192.168.0.22, 193.136.39.100) on 2015-05-16 01:02

2, tetracycline,

#27 By mxXJpMiGeg (103.7.57.18|46.161.41.27) on 2013-03-19 14:03

0, lexapro,

#26 By JltqggcbxPcPXfkdyo (103.7.57.18|46.161.41.27) on 2013-03-15 18:32

1, retin-a micro gel,

#25 By qodplbdIl (103.7.57.18|46.161.41.27) on 2013-03-15 18:02

0, propecia,

#24 By UbMCVURHX (103.7.57.18|46.161.41.27) on 2013-03-15 17:32

1, hoodia gordonii,

#23 By GUJmyvYjERbUuuY (103.7.57.18|46.161.41.27) on 2013-03-15 16:32

0, crestor,

#22 By oaxLgBAhv (103.7.57.18|46.161.41.27) on 2013-03-15 16:03

2, generic actos,

#21 By fWHefWaygEmf (103.7.57.18|46.161.41.27) on 2013-03-15 15:35

2, cost of generic finasteride,

#20 By ZEnWSnvJxnXAdHYgjwQ (103.7.57.18|46.161.41.27) on 2013-03-14 15:07

2, baclofen,

#19 By gOIbQYwSxyRTQFpoT (103.7.57.18|46.161.41.27) on 2013-03-12 04:54

2, order propecia,

#18 By cwuhGonWGKtpUznruN (103.7.57.18|46.161.41.27) on 2013-03-12 04:25

1, furosemide 40 mg,

#17 By gqzesgWEQGWNhWju (103.7.57.18|46.161.41.27) on 2013-03-12 02:52

2, purchase lexapro,

#16 By uweFQxpztkByZmQUiLP (103.7.57.18|46.161.41.27) on 2013-03-08 22:37

2, where to buy bactrim,

#15 By dknCKZTSY (103.7.57.18|46.161.41.27) on 2013-03-08 22:05

0, propecia,

#14 By bDkQtptZuAPP (103.7.57.18|46.161.41.27) on 2013-03-08 21:32

hGMZIq <a href="http://rgtroeharyhg.com/">rgtroeharyhg</a>, bocnjmquxqit, [link=http://lbzyoojihmmz.com/]lbzyoojihmmz[/link], http://pphhfznyxopf.com/

#13 By pAEUhyuhmGu (103.7.57.18|91.201.64.27) on 2013-02-24 15:06

คุณเกล...

อ่านแล้วอยากเรียกไม่รู้ทำไมพี่ - -

นี่อ่านทั้งคู่จนจบแล้วค่อยมาเม้นต์ พยายามตั้งสติแล้วแต่...ยังรู้สึกว่าตัวเองอาาจจะเม้นต์เกรียน - - เอาวะ

รู้สึกเห็นเกลอนุบาลกับทหารผ่านศึกรวมร่างกันอยู่ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
คนคนหนึ่งทำไมมีอิทธิพลกับชีวิตคนอีกคนหนึ่งขนาดนั้นก็ไม่รู้นะพี่ เกลดราม่าแบบให้ความรู้สึกว่าอยากเข้าไปปลอบใจ "หนูตะเภาไม่เป็นไรหรอกนะคะคุณเกล"

อะไรแบบนั้น...(ไม่ใช่แล้ว - -)

แผลที่พยายามปิดซ่อนเหรอ? แผลบางอย่างตะกุยหนองออกดีกว่าหมีว่า เปิดแผลรีดหนองออกซะ ชีวิตจะดีขึ้น รอยแผลไม่หายแต่จะไม่เจ็บปวดกับมันเท่าที่เคย..

ฮึยมาเม้นต์ช้า ขอทำท่าสำนึกตัวสามสิบวินาทีแล้วจากไป...

#12 By akua on 2010-01-25 18:03

ปกติอีฟไม่ค่อยตอบเมนต์ตรงนี้เท่าไหร่ (เอ...หรือเปล่านะ ใช่สิ ไม่ค่อยตอบ ถูกแล้วๆ) แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ ตอบแล้ว ตอบหมดเลยดีกว่า confused smile มีเมนต์อีกก็จะตอบอีกนะ...

#1
ขอบใจสำหรับถ้วยรางวัล อีฟเตรียมโล่รางวัลไว้ยื่นให้เอเดนเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสนะ อา...เมื่อไหร่จะมีโอกาสมอบ...

ส่วนพี่ชายเกล เดี๋ยวก็ออก แต่อย่าไปคาดหวังอะไรกับเฮียแกมาก

#2
ละไว้ในฐานที่เข้าใจ

#4 - 5
ขอบคุณมากค่ะ ดีใจจัง ขอบคุณที่ติดตามอ่านด้วยค่ะ ฮึก (ซับน้ำตาตื้นตัน) อ่านคอมเมนต์แล้วเป็นปลื้ม ขอบคุณที่แชร์อารมณ์ไปกับเกล (ถ้าฟูจังตอบเมนต์งง แล้วอย่างอีฟจะเรียกอะไรเนี่ย ฮ่าๆๆ) cry
ได้คอมเมนต์แบบนี้...ต่อให้อยู่ในช่วงสมองตีบตันไร้พล็อตก็ยังอยากเขียนต่อเลยค่ะ *กอด*

#6
ก่อนอื่น *กอดอาร์ม* (ฮ่าๆ)
สภาพจิตใจเกลก็ลุ่มๆ ดอนๆ แบบนี้เรื่อยๆ ค่ะ อยู่ที่ว่าจะมีอะไรมากระตุ้นเข้าหรือเปล่า คิดว่าเรื่องโรแลนด์คงเป็นแผลเรื้อรังไปแล้ว 555+ แต่เกลก็ยังเป็นเกลแหละ

#7
ความรู้สึกวิ้งๆ ยังงั้นเรอะ! อา!!! มันเป็นยังไงกันนะ!!!
5555555+ confused smile *ยกมือตบบ้องหูตัวเอง*
@_@ อา...วิ้ง....ง

#11 By อีฟ on 2010-01-20 13:12

sad smile อ่านเมนต์แล้วชักรู้สึกว่าทำผิดพลาดพิกล...

555+ เวลาเขียนจริงทำไมมีแต่ฝั่งนี้ที่ปล่อยหมดนะ

อา...
#9
ยินดีต้อนรับเข้าเมืองอีกรอบนะคะ ฮิฮิ และยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของเกล

#8 เมนต์สั้น แต่คนอ่านดีใจนะเออว์ (ต้องกระแดะเติม ว์ เข้าไปด้วยเพื่อความได้อารมณ์ยิ่งขึ้น)

#10 By อีฟ on 2010-01-20 12:57

ยังไม่ได้อ่านเรื่องของเกลละเอียด แต่รู้สึกว่าเห็นคาแรกเตอร์ของเกลชัดดีค่ะ เข้าใจฟีลประมาณนี้แฮะ

#9 By [MIS]Mia/ [BT]lili on 2010-01-19 23:12

รู้สึกเข้าใจเกลอย่างประหลาดค่ะ

#8 By talalan on 2010-01-19 08:41

อ่านจบแล้วบรรยาความรู้สึกไม่ถูกจริงๆค่ะ แต่ก็ชอบแฮะ ( ฮา ) ไม่เชิงว่าทึมๆแต่มันก็ทึมนิดๆวิ้งหน่อยๆนั่นแหล่ะเนาะ... - - ปล.อย่าไปสนใจความหมายของมันเลยค่ะพี่ แบบ วิ้งๆไงคะ วิ้งๆไง 555+

ภาพหนูตะเภาที่ออกจะเบลอๆนั่นมาจากการที่หนูตะเภาวิ่งพล่านอยู่ตลอดเวลาเลยหรือเปล่าคะ อย่ามาเถียงว่าเป็นเทคนิกอย่างหนึ่งหรอกนะ!!

#7 By KUN on 2010-01-19 02:44

เอเดนนน เอเดนนนนนน เอเดนนนนนนนนนนนนนน!!
/โยนการบ้านทุกอย่างทิ้งแล้ววิ่งมากระชากคอ

"อัดรูปคุณเกลกับหนูตะเภาให้เค้าด้วยยยยยยยยยยยยย"

อยากได้บ้างอะไรบ้าง *เขิลล์*

เอาล่ะ /เข้าเรื่อง
หนูตะเภาาาา กินอะไรเข้าไปลูกกกกกกกก
โถๆ หายไวๆน้าา /กอดๆคลุกวงใน

ตอนนี้เกลดูหง่อมเหงาจริงๆ ให้ดิ้นตายสิคะ
จะว่ายังไงดีล่ะ อ่านไปแล้วรู้สึกกดดันลึกๆ
เหมือนมีบางจุด ที่ถูกกดจนแน่น ค้างไว้อย่างนั้น
ถ้าเกิดว่า ไม่รีบปล่อย ต้องแย่เน่ๆ แบบนี้น่ะค่ะ
(อืมๆ หนักจริงๆนะ หนักแบบเห็นภาพชัดเลยล่ะ)
*ลูบหัวเกล* คิดอะไรให้มันน้อยๆหน่อยสิพ่อหนุ่ม
คนเขาเป็นห่วงน้าา T _ T *เนียนกอดมั่บ*

เอเดน นายนี่เจ๋งจริง ชอบนายมากขึ้นเรื่อยๆเลยล่ะค่ะ
คล้ายโรแลนด์.. บางอย่าง เพราะมีอีกหลายอย่างที่ไม่ใช่
ไงดีน้อ สำหรับเกลคงคล้ายๆ แต่สำหรับเรา.. อืมม
ค่อนข้างต่างในด้านความรู้สึกที่เรามองตัวละครน่ะค่ะ

พี่ชายเกลๆจะออกแล้ว จะออกแล้ว ว๊ายๆ *เขิลล์*
ต้องหล่อแน่ๆเลย (โถ ดูประเด็นเข้า orz)
แต่ยังไงก็สู้ๆเกลๆไม่ได้อยู่แล้ว *แม่ยกชูป้าย*

เดี๋ยวคงได้แวะไปอ่านของเดิ้นต่อค่ะ แฮ่
แอบชอบแบบพี่ฟู พอได้อ่านความรู้สึกของสองด้าน
มันจะได้ฟิลไปคนแบบเลยค่ะ ฮิฮิฮิ /วิ่งโร่ออกไป

#6 By Amina Eirwen on 2010-01-19 01:55

ปล. อะเกน - " พวกเราทุกคนต่างก็มีบาดแผลที่พยายามปิดซ่อน อย่างน้อยก็แห่งสองแห่ง ทางที่ดีอย่าได้ไปตะกุยแผลใคร"

ชอบมากๆ เลยละค่ะ big smile

ไม่ว่าใครก็มีแผลทั้งนั้นค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เศร้าซึมที่สุด หรือร่าเริงที่สุดก็ตาม

#5 By Matilda & Jack on 2010-01-18 20:36

กรี๊สสสส!!!! กรี๊สสสส!!! กรี๊สสสส!!!

แม่ทิลด้าขอสครีมกับความดราม่า!!!

อั่ก! รู้สึกว่าความคิดของเกลนั้นมันเครียดจนข้น จนทำให้ฟูจังผู้ซึ่งกินข้าวเย็นมาหมาดๆ เกิดอาการผะอืดผะอมตามเลยเชียวล่ะ (ฮ่า! ไม่ได้ล้อเล่นนะตัวเอง เม้นจริงใจอย่าให้เซ่ด!)

คือ สำหรับฟูจังนั้น ฟูจังเป็นคนที่ชอบอ่านเรื่องท่เป็นการตอบโต้ของตัวละคร 2 คน มาก เพราะว่ามันได้เห็นความคิดชัดเจนดีค่ะ ยิ่งตอนนี้มันเป็นความเป็นเกลที่ "ข้น" มาก เพราะเหมือนเกลมีอะไรหลายอย่างอัดทับอยู่ในตัวตน จนมัน ข้น ข้น ข้นคลั่ก!!!

อย่า! อย่าว่าว่าฟูจังเม้นงงนะคะ แต่มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เป็นอารมณ์ข้นๆ ที่ไม่รู้จะหาคำมาบรรยายยังไงค่ะ!

เดี๋ยวจะตามไปอ่านของแม่เดิ้น

ปล. ถ้ามาบ้านเดิ้นๆ ก็ปีนรั้วมาหาทิลด้าบ้างก็นะคะ ฮิฮิ

#4 By Matilda & Jack on 2010-01-18 20:28

กรี๊ดดดส์ เมนต์เกรียนนี่เธอว์!!!!!
//กลับมากรี๊ดกับเมนต์เกรียนนุกิ แล้ววิ่งหนีไป

#3 By อีฟ on 2010-01-18 19:51

นัดกันเมนต์นี่แหว่ ?!!?


//วิ่งออกไป

#2 By Nye on 2010-01-18 19:48

อรั๊ยยย พี่เกลจะมาแล้ว 555+ เนรอคอยการปรากฏตัวของพี่แกมานานจริงๆอ่ะพี่ อยากรู้ว่าน้องชายเป็นแบบเกล แล้วพี่ชายจะเป็นคนยังไง อืม เพราะเกลเป็นคนไม่ค่อยพูด เวลาคิดก็ไม่ค่อยจะเผยอะไรเกี่ยวกับครอบครัวเท่าไหร่ ตอนที่พี่เกลโผล่มา มันคงจะแง้มอดีตเกลในหลายๆส่วน แล้วทำให้เนเข้าใจเกลมากขึ้น *____*

โรแลนด์เป็นปมสำคัญในเรื่องจริงๆอ่ะพี่ ดูเหมือนว่าจะมีอิทธิพลกับเกล พอมีเรื่องโรแลนด์มาเกี่ยวข้องแล้วเนรู้สึกว่าเกลเปราะบางอ่ะ ดูเฉาๆ หง่อมเหงา เนให้คะแนนพระเอกบทโศกกับเกลเลย *ยื่นถ้วยรางวัลส่งให้* แต่เวลาอ่านเรื่องของเกล บรรยากาศก็ไม่ได้เข้มข้นมาก เพราะเวลาเกลคิดมันจะมีอะไรที่คาดไม่ถูก เรื่องขำๆ เล็กๆน้อยๆ 5555+

นี่เป็นส่วนที่เนชอบมากเลย เนชอบอ่านความคิดเกลุๆ

พออ่านแล้ว อรั๊ยยยยย เดิ้นในสายตาเกลดูเป็นคนดีขนาดนี้เลยอ่ะ อรั๊ยยยย *คุณแม่ปลื้มมม* >////< สงสัยต้องไประบายในพาราเรล กร๊ากกกกก

#1 By jackywinter on 2010-01-18 19:00